The Integration of Feng Shui with Architectural Design ; Feng Shui Knowledge Center (Thailand)
  ฮวงจุ้ย วิทยาศาสตร์แห่งการบริหารพลังงานตามหลักสถาปัตยกรรมศาสตร์เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์
  อ.ตะวัน เลขะพัฒน์ โทร. 080-298-9998
 
 
 

หน้าแรก

ความรู้เรื่องฮวงจุ้ย

ข่าวสารจากทางสถาบัน

กรณีศึกษาจริง

เจาะลึก ปีระกาไฟ 60

หาโอกาสผ่าวิกฤติ "ปีวอก" 59

หาโอกาสผ่าวิกฤติ "ปีวอก" 59

รู้ทันฟ้ารับปี “มะแม” 58

ถอดรหัสฟ้ารับปีม้าไฟ 57

รู้ทันฮวงจุ้ยปีมะเส็ง 56 "ฝนยั่วไฟ"

• ฮวงจุ้ยดีรับปีมังกรคะนองน้ำ 55

• เสริมฮวงจุ้ยรับปี
กระต่ายตื่นทอง 54

ฮวงจุ้ยดีรับปีเสือดุ 53

ประวัติของศาสตร์ฮวงจุ้ย

วิทยาศาสตร์ของศาสตร์ฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ยกับชีวิตมนุษย์

สาส์นจาก อ.ตะวัน

ถอดรหัสทิศดีปี 52

หลักสูตรการอบรม

ขอบเขตการให้คำปรีกษา

ประวัติ อ.ตะวัน เลขะพัฒน์

ติดต่อ อ.ตะวัน เลขะพัฒน์

 
 

 

ถนนแบบไหนมีฮวงจุ้ยที่ดี

การเลือกทำเลที่ดิน บ้านพักอาศัย โรงงาน สำนักงาน ในปัจจุบัน ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมภายนอก
ที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องของ “ถนน” ใช่หรือไม่ครับ เพราะตามหลักความจริงหากเราเลือก ทำเล
สักที่การที่ต้องมีถนนตัดผ่านนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ซึ่งในหลักความจริงข้อนี้
สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ย เพราะในปัจจุบันเรามอง “ถนน” เป็นจุดจ่ายกระแสพลังในรูปแบบ
หนึ่งซึ่งถือเป็นจุดจ่ายพลังรูปแบบพื้นฐานที่แต่ละสถานที่สมควรได้รับ นั่นก็เพราะ “ถนน” เป็น
สิ่งที่เชื่อมต่อหรือนำพาเอา รถ คน หรือ ยานพาหนะรูปแบบต่างๆ ให้ผ่านไปมาถึงจุดหมาย ซึ่งยานพาหนะเหล่านี้ก็จะสามารถลากหรือนำพากระแสลมหรือกระแสพลังให้ผ่านมาที่หน้า
สถานที่ของท่านได้ด้วย


ถนนคือสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการนำพามนุษย์หรือยานพาหนะจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง
ทำให้เกิดกระแสพลังตามศาสตร์ฮวงจุ้ย

 

ดังนั้นหากเราจะบอกว่าการเลือกถนนที่มี “กระแสพลังที่ดี” ก็ทำให้มีโอกาสที่จะเป็น “ถนนที่มีฮวงจุ้ยที่ดี”
ได้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจถูกต้องเช่นเดียวกันครับ ซึ่ง “กระแสพลังที่ดี” นั้นซินแสที่มีประสบการณ์ก็จะต้อง
พิจารณาควบคู่กันไปทั้งในเชิง “ปริมาณ” และ “คุณภาพ” ด้วย โดยหารเราจะสรุปหลักการเลือกถนน
แบบที่มีฮวงจุ้ยที่ดีนั้น ผมก็ขอสรุปเป็นหลักการง่ายๆดังนี้ครับ

1. ถนนสายที่ใหญ่มีโอกาสที่จะมีฮวงจุ้ยที่ดีกว่าสายเล็ก เพราะถนนนั้นไม่ได้มีพลังโดยตนเอง
ถนนเป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างทางวิศวกรรมที่มีหน้าที่เป็นทางผ่านของยานพาหนะ ยานพาหนะเมื่อ
เคลื่อนไหวก็มีการลาก “กระแสพลัง” ผ่านไปมาได้ ถนนสายที่ใหญ่ก็ยิ่งมีโอกาสที่จำนวนของ
ยานพาหนะหรือมีกระแสพลังไหลหลากได้มากเท่านั้น หรือหากเลือกได้จำนวนเลนส์สัก 4 เลนส์
สำหรับถนนสองทางสวนกันนั้นถือว่ากำลังดี เพราะรถจะสามารถวิ่งไหลได้ตลอดค่อนข้างราบรื่น
ผิดกับถนนสองเลนส์ที่หากมีรถจอดขวางก็จะติดขัดทำให้กระแสพลังไหลไม่สะดวกเกิดเป็นกระแส
ที่อุดตัน หากจำเป็นต้องเลือกถนนสองเลนส์ก็เลือกโครงการที่ถนนกว้างพอที่จะจอดรถได้และก็ยัง
ขับรถสวนกันได้ กระแสพลังก็ยังมีคุณภาพที่ดีเป็นกระแสที่ไม่อุดตัน

2. ถนนโค้งโอบดีกว่าโค้งเฉือนและดีกว่าถนนตรง เพราะถนนที่โค้งโอบนั้นจะมีการออกแบบ
ให้ผิวหน้าของถนนนั้นเป็น Slope เทกลับมาด้านในโค้งเสมอ จึงทำให้เกิดสภาพการส่งกระแสพลัง
ไหลเข้ามาด้านในโค้งเสมอแม้ว่าจะไม่ได้มีการวิ่งผ่านของยานพาหนะ ดังนั้นเราจึงถือว่าโค้งโอบ
นั้นเป็นโค้งที่มีกระแสพลังในตัวมันเองทั้งในเวลาที่มีการจราจรคับคั่งหรือไม่มีเลยก็ตาม ส่วนโค้ง
เฉือนนั้นเวลาที่รถวิ่งก็จะมี “แรงหนีศูนย์กลาง” ส่งพลังออกมาให้บ้านหรืออาคารที่อยู่ทางด้านนอก
โค้งได้เช่นเดียวกัน แต่จะรับพลังได้ก็เฉพาะตอนที่มียานพาหนะวิ่งผ่านเท่านั้น เพราะลักษณะถนน
โค้งเฉือนจะกลับกันกับถนนโค้งโอบ เพราะ Slope ของผิวถนนจะเทไหลออกจากฝั่งโค้งเฉือนเท่านั้น ทำให้เวลาไม่มีรถวิ่งผ่านจะฝั่งโค้งเฉือนจะสะสมพลังไม่ได้ ส่วนถนนสายตรงๆก็มีเกรดของฮวงจุ้ย
แบบธรรมดาไม่ดีไม่เสีย ซึ่งเราก็ต้องดูลักษณะอื่นๆประกอบกันไปด้วยนั่นเองครับ

 

 



ชัยภูมิโค้งเฉือนที่หน้าห้าง Harrods บนถนน Brompton ในกรุง London
ที่ถือว่าเป็นชัยภูมิโค้งเฉือนสุด Classic เป็นมงคลกับห้างเป็นอย่างมาก

3. จุดตัดทางแยก เช่นวงเวียน สี่แยก สามแยก มีโอกาศมีฮวงจุ้ยที่ดี เพราะเป็นจุดที่จะมี
กระแสพลังมีสะสม ตัวได้เยอะ ผมยกตัวอย่างให้ลองคิดถึงภาพรถที่วิ่งมาจากถนนสี่สายแล้วมา
บรรจบกันที่สี่แยก รถวิ่งมาไกลๆ และลากพลังมาหยุดหรือ มาชะลอตัวที่แยก จึงถือว่าจุดตัด
ทางแยกเป็นจุดที่สะสมกระแสพลังได้มาก อย่างไรก็ตามการเลือกว่าจะอยู่ “ฝั่งใดของแยก” และ
“เปิดหน้าเข่าสู่ถนนเส้นใด” นั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประสบการณ์ของอาจารย์ฮวงจุ้ยเป็นอย่างมาก
ทีเดียวครับ เพราะหากเลือกถูกฝั่งนั้นจะถือว่าเป็นทำเลทองที่รับกระแสพลังอยู่ตลอดเวลามีโอกาส
ที่จะเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างสูง แต่หากเลือกผิดด้านนั้นก็จะเจอสภาพเจอแต่ “กระแสพลังไหลออก”
ตลอดเวลาได้เช่นเดียวกัน แทนที่จะดีกลับกลายเป็นร้านได้มากๆ เรียกว่าหากเจอทำเลที่เป็นจุด
ตัดทางแยกนั้นเข้าข่ายที่ว่า “ถ้าดีดีมาก ถ้าร้ายร้ายมาก” เช่นเดียวกันครับ

 


ตัวอย่างการเลือกทำเลจุดตัดทางแยกที่สะสมกระแสพลังได้มาก เป็นที่มาของฮวงจุ้ยที่ดี

4. ทางสามแพร่ง ถ้าดีดีสุดๆ ถ้าร้ายก็ร้ายสุดๆ เพราะสามแพร่งนั้นเป็นลักษณะถนนที่
ส่งพลังไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงที่ดิน อาคาร บ้านพักอาศัยของเราอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าในเชิง
ของ “ปริมาณ” นั้นผ่านเต็มร้อยครับ เพราะถึงไม่มีรถวิ่งผ่านการที่มีถนนโปร่ง โล่ง พุ่งเข้า
มาที่หน้าบ้านเรา ก็เรียกว่ามี “ช่องลม” บังคับให้ลมธรรมชาติพัดผ่านจ่ายกระแสพลังกลับ
เข้ามาหาเราได้ด้วยนั่นเอง ดังนั้นในเชิง “ปริมาณ” นั้นผ่านแน่ๆ เพียงแต่ว่าในท้ายที่สุด
ซินแสก็ต้องนำมาคำนวณว่า ทิศทางของสามแพร่งนั้นมี “คุณภาพ” ของกระแสพลังที่ดีหรือ
ไม่ หากเจอ “ช่องย่อย” ที่ดีก็เจริญุรุ่งเรืองแบบ “สุดๆ” เพราะกระแสพลังที่ดีทั้งปริมาณและ
คุณภาพหลากไหลเข้ามาที่อาคาร ที่พักอาศัยของท่านตลอด ยิ่งหากเข้ากับ “ดวงชะตา”
ของท่านด้วยยิ่งถือว่าได้ “โชคแบบสองต่อ” เป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรืองแบบพลิกฝ่ามือ!!
ในทางกลับกันครับหากท่านเจอสามแพร่งที่มีจาก “ทิศเสื่อม” นั่นก็แปลว่าอาคาร ของท่านนั้น
ถูกบังคับให้รับพลังที่เสื่อมตลอดเวลา จึงเป็นที่มีของโอกาสที่จะเกิดความเสื่อมได้มากกว่า
ทำเลถนนแบบอื่นๆนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม “ถนน” ยังเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยที่ซินแสที่มีประสบการณ์นั้นใช้
ในการประเมินคุณภาพของฮวงจุ้ยเท่านั้น แท้จริงแล้วเรามองปัจจัยทุกๆ
อย่างที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของท่านเพื่อนำมาประเมินคุณภาพฮวงจุ้ยเพื่อ
ช่วยในการปรับแต่งให้ดึงเอาศักยภาพของที่ดินหรืออาคารสิ่งปลูกสร้าง
ของท่าน เพื่อนำเอากระแสพลังมาเสริมดวงชะตาของท่านและสมาชิก
ในบ้านให้มากที่สุด ซึ่งเรียกว่าต้องดูกันและเอียดทั้งในหลักการของฮวงจุ้ย
ทั้งเชิงองศาทิศทาง (Compass Feng Shui Theory) ฮวงจุ้ยเชิงชัยภูมิ
(Landform Feng Shui Theory) ร่วมกับการผูกดวงตามระบบวิชาการ
โดยใช้ ปี เดือน วัน ยาม ที่ท่านเกิดมาจริงๆ (Four Pillars Destiny) เพื่อ
ให้ 3 ปัจจัย มนุษย์ ฟ้า ดิน ส่งพลังถึงกันได้มากที่สุดครับ


หน้าแรกฮวงจุ้ย

 

 

 

 


Copyright©2007 by Master Tawan Lekhapat. All Rights Reserved.mastertawan@hotmail.com