The Integration of Feng Shui with Architectural Design ; Feng Shui Knowledge Center (Thailand)
  ฮวงจุ้ย วิทยาศาสตร์แห่งการบริหารพลังงานตามหลักสถาปัตยกรรมศาสตร์เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์
  อ.ตะวัน เลขะพัฒน์ โทร. 080-298-9998
 
 
 

หน้าแรก

ความรู้เรื่องฮวงจุ้ย

ข่าวสารจากทางสถาบัน

กรณีศึกษาจริง

เจาะลึก ปีระกาไฟ 60

หาโอกาสผ่าวิกฤติ "ปีวอก" 59

รู้ทันฟ้ารับปี “มะแม” 58

ถอดรหัสฟ้ารับปีม้าไฟ 57

รู้ทันฮวงจุ้ยปีมะเส็ง 56 "ฝนยั่วไฟ"

• ฮวงจุ้ยดีรับปีมังกรคะนองน้ำ 55

• เสริมฮวงจุ้ยรับปี
กระต่ายตื่นทอง 54

ฮวงจุ้ยดีรับปีเสือดุ 53

ประวัติของศาสตร์ฮวงจุ้ย

วิทยาศาสตร์ของศาสตร์ฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ยกับชีวิตมนุษย์

สาส์นจาก อ.ตะวัน

ถอดรหัสทิศดีปี 52

หลักสูตรการอบรม

ขอบเขตการให้คำปรีกษา

ประวัติ อ.ตะวัน เลขะพัฒน์

ติดต่อ อ.ตะวัน เลขะพัฒน์

 
 

 

มาค้นหา “มังกร” ตามหลักฮวงจุ้ยกัน

ทุกๆท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า “มังกร” กันมาเนิ่นนานจนคุ้นเคย เพราะเป็นชื่อสัตว์ที่ได้รับการกล่าวขาน
มาเนิ่นนานโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีเชื้อสายจีน แต่สังเกตไหมครับว่า “มังกร” นั้นไม่ได้เป็นสัตว์ที่มีอยู่จริง
เพราะเราเองก็ไม่เคยเห็นมังกรตัวเป็นๆสักทีนะครับ

เพราะแท้จริงแล้วมังกรนั้นเป็นเพียงสัตว์ในเทพนิยายตามความเชื่อของคนจีนที่คิดค้นมาเพื่อแสดง
ความเป็นสัญลักษณ์ของการรวมชนชาติจีน เนื่องจากในสมัยก่อนนั้นจีนมีคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยอยู่
เป็นจำนวนมาก ชนเผ่าต่างๆกันนั้นมีวัฒนธรรมต่างๆกันไป จึงทำให้สัตว์ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของ
เผ่านนั้นต่างกันไปด้วย เมื่อมีการรวมชนชาติจีนก็จึงได้มีการนำเอาตัวแทนของสัตว์ประจำเผ่า
ต่างๆมารวมกัน เช่น ลำตัวของงู หูของวัว หัวของหมู เขาของกวาง หนวดของแพะ เกล็ดของปลา
และ อุ้งเท้าของเหยี่ยว จนได้มาเป็น ตัวมังกรอย่างที่เราเห็นกันอยู่นั่นเองครับ


ลองดูว่าเห็นองค์ประกอบของ “มังกร” จากสัตว์ต่างๆตามบทความข้างต้นหรือไม่ครับ


ตามความเชื่อของคนจีนนั้นมังกรเป็นสิ่งที่มีพลังสูงสุด สามารถนำความอุดมสมบูรณ์ ความรุ่งเรือง
ความเป็นมงคล รวมไปถึงคุ้มครองพวกเขาได้ จนในยุคหลังๆ นั้น มีการนำมังกรมาใช้เป็น
สัญลักษณ์แสดงความยิ่งใหญ่ ของกษัตริย์หรือฮ่องเต้ จึงเรียกฮ่องเต้กันว่าเป็น “ลูกหลานของมังกร”
หรือ “โอรสสวรรค์” ตามที่เราได้ยินอยู่บ่อยๆนั่นเองครับ

ดังนั้นก็มีการนำเอา “มังกร” มาใช้กับหลักการของฮวงจุ้ยเช่นเดียวกัน โดยที่ซินแสนั้นถือว่ามังกร
นั้นคือ “จุดจ่ายกระแสพลังที่ยิ่งใหญ่” โดยพลังที่ว่านี้เป็น “พลังงานธรรมชาติ” ไม่ใช่เรื่อง
ของความเชื่อหรือไสยศาสตร์แต่อย่างใดครับ เพราะในสมัยก่อนนั้นซินแสเราดูสิ่งที่ให้พลังธรรมชาติ
ได้ดีอันดับหนึ่งก็ได้แก่ “กระแสน้ำ” นั่นเองครับ เพราะน้ำนั้นหลากไหลไม่เคยหยุด เมื่อน้ำไหล
มาก็พาพลังมาได้หรือให้เราลองคิดง่ายๆว่าหากเราเอาใบไม้ไปลอยไว้ในน้ำนั้น ใบไม้เคลื่อนไหว
ตามน้ำไปได้ก็เพราะมีพลังงานที่พาไปนั่นเอง ดังนั้น “มังกรน้ำ” จึงถือว่าเป็น “จุดจ่ายกระแสพลัง”
ที่เป็นมงคลมากๆ หรือหากลองสังเกตุเวลาที่เราไปตามแม่น้ำ น้ำตก นั้นเราจะรู้สึกว่าสบายและผ่อน
คลาย นั่นก็เพราะกระแสน้ำนั้นมี “พลังปราณ” ที่เสริมพลังชีวิตของร่างกายเราได้
สอดคล้องตามหลักการของนักวิทยาศาสตร์สมัยนี้เชื่อว่าการที่น้ำนั้นเคลื่อนไหวจะสามารถส่ง
“อิออนลบ” ออกมาเพื่อมาเสริมพลังชีวิตของเราได้เช่นเดียวกันครับ

“กระแสน้ำที่ดี”ทำให้
เรารู้สึกสัมผัสได้ถึง
ความสบายเวลาอยู่ใกล้

เลยเป็นที่มาของการเลือกทำเลการอยู่อาศัยของคนจีนหรือซินแสในสมัยก่อนที่นิยมการเลือกทำเล
ที่อยู่ริมน้ำนั่นเอง แต่การอยู่ริมน้ำนั้นก็ยังไม่ได้แปลว่าเป็นมงคลเสมอไปครับ เพราะแท้จริงแล้วเรา
ต้องการ “ชัยภูมิที่ดี” ที่นอกจากเห็นจุดจ่ายกระแสพลังแล้ว ยังต้องสามารถสะสมกระแสพลังได้ด้วย เราจึงเคยได้ยินการเลือกทำเลริมน้ำที่ว่า “โค้งโอบดีกว่าโค้งเฉือน” นั่นก็เพราะว่ากระแสน้ำโค้ง
โอบนั้นจะส่งพลังเข้ามาที่ฝั่งในโค้งได้อย่างนุ่มนวลกว่า แต่ที่สิ่งสำคัญกว่าในหลักของชัยภูมินั่นคือ
“กระแสมามากๆ กระแสไปน้อยๆ” คือเราควรจะเห็นกระแสน้ำนั้นไหลมาแต่ไกล แต่เวลาไปเห็น
เพียงนิดเดียว นั่นจึงแปลว่าเราสามารถจะมี “มังกรน้ำที่เป็นมงคล” ได้อย่างแท้จริง

คราวนี้ก็คงมีคำถามว่าแล้ว “มังกรภูเขา” นี่มีได้อย่างไรใช้หรือไม่ครับ เพราะดูแล้วก็ไม่เห็น
มีความเคลื่อนไหวของกระแสพลังแต่อย่างใด จริงๆแล้ว “มังกรภูเขา” นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่มีพลังไม่แพ้
“มังกรน้ำ” ทีเดียวครับ เพราะการที่เกิดเขานั้นเป็นเพราะว่าพลังที่อยู่ใต้ดินนั้นอัดแน่นจนกระทั่งผิว
ดินของโลกนั้น รับพลังไม่ไหว จึงดันผิวดินนั้นออกมาจนปูดนูนเป็นภูเขานั่นเอง หรือบางครั้ง
ก็เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจนมาขบกันเป็นแนวเขา จึงถือว่าภูเขานั้นมี พลังซ่อนแฝง
ภายในอย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน แต่การดูมังกรภูเขานั้นต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากครับ
ต้องดูแนวสันเขาที่สวยงามเป็นทิวที่โค้งสวย มีหลายทิวเรียงเชื่อมต่อกันหลายๆ ทิว
ภูเขานั้นก็ต้องเขียวชะอุ่มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่สมบูรณ์ จึงจะอ่านว่าเป็นมังกรภูเขาที่มีคุณภาพดี

ซึ่งการเลือกตำแหน่งของมังกรภูเขาที่มีคุณภาพนั้นก็เลือกยากเช่นเดียวกัน เพราะการอ่านว่า
“หัวมงกร” อยู่ตรงไหนนั้นเป็นเรื่องต้องอาศัยประสบการณ์และจินตนาการสูงเหมือนกัน
เพราะโดยทั่วไปเรามักจะเข้าใจผิดว่าตำแหน่งที่สูงๆบนเขานั้นดี แต่การเลือกตำแหน่งบนเนิน
เขาสูงนั้นกลับต้องระวังเพราะโดยทั่วไปแล้วหากเรายังเห็นแนวสันเขาไหลเป็นทิวลงไปอยู่
ก็แสดงว่าพลังนั้นยังไหลไปไม่หยุด การเลือกทำเลบนเนินสูงนั้นเปรียบเสมือนกับเป็น
“หางของมังกร” เท่านั้น การดู “หัวมังกร” นั้นกลับต้องเลือกทำเลที่ ต่ำหรือเป็นแอ่งเพื่อ
ให้สะสมพลังได้ หรือถ้าให้ดีเยี่ยมการที่เจอแอ่งน้ำหรือสายน้ำผ่านบริเวณตีนเขานั่นแปลว่า
จุดนั้นเป็นจุดที่ต่ำที่สุดที่พลังไหลรวมมา หรือเป็น “หัวของมังกรภูเขา” นั่นเอง จึงเป็นที่มา
ของชัยภูมิคลาสสิคที่ว่า “หน้าน้ำหลังภูเขา” นั่นเองครับ


ตัวอย่างชัยภูมิที่ดี ที่มีมังกรน้ำและมังกรภูเขาที่สวยงามและเป็นมงคล


ท้ายสุดท่านผู้อ่านก็ยังไม่ต้องตกใจนะครับ ว่าหากเราไม่ได้อยู่ในทำเลที่มีน้ำหรือมีเขาแล้ว
เราจะไม่มีมงคลตามหลักการของศาสตร์ฮวงจุ้ย เพราะในสมัยนี้การหาทำเลดังกล่าวนั้นทำ
ได้ยากเต็มทน เพราะซินแสในสมัยปัจจุบันใช้หลักการของการหาจุดจ่ายกระแสพลังจาก
แนวถนน ทางด่วน จุดตัดทางแยก ช่องลม ทางรถไฟฟ้า สนามบิน ฯลฯ ได้หลายทางโดย
ที่มีคุณภาพไม่แพ้กับมังกรน้ำและมังกรภูเขาครับ

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือท่านควรได้รับการประเมินฮวงจุ้ยด้านองศาทิศทาง (Compass Feng
Shui Theory) จากซินแสที่มีประสบการณ์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อจะได้เลือกทำเล
ที่เป็นมงคลกับรูปดวงของท่านและสมาชิกในครอบครัวให้เกิดมงคลสูงที่สุดครับ



หน้าแรกฮวงจุ้ย

 

 

 

 


Copyright©2007 by Master Tawan Lekhapat. All Rights Reserved.mastertawan@hotmail.com